Alumni

การดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ Sustainable Development Goals (SDGs)

 

 

*โดย ดร.ศิรกาญจน์ เหลืองสกุล

        ปัจจุบันกฎหมายที่ใช้กำกับและดูแลโรงงานด้านมลพิษทางอากาศ มีทั้งในแง่การควบคุมปริมาณการระบายอากาศเสีย การรายงานค่าการระบาย และการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อการเฝ้าระวัง ซึ่งการออกกฎหมายควบคุมปริมาณการระบายอากาศเสียได้มีวิวัฒนาการจากเดิมที่กำหนดแต่เพียงค่าความเข้มข้นของมลพิษในอากาศเสีย เช่น หม้อน้ำที่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง ถูกกำหนดค่ามาตรฐานการระบายฝุ่นละอองที่ 240 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่ามาตรฐานการระบายออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ที่ 200 ส่วนในล้านส่วน (ppm by volume) เป็นการกำหนดอัตราการระบาย ดังเช่น การกำหนดอัตราการระบายออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ในมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และเพื่อให้เกิดการพัฒนาการควบคุมการระบายมลพิษอากาศจึงได้มีการออกกฎหมายในลักษณะเกณฑ์การปฏิบัติที่ดี เช่น กำหนดให้ระบายสารไวนิลคลอไรด์ได้ไม่เกิน 100 กรัม ต่อ สารไวนิลคลอไรด์ ที่ผลิตได้ 1 ตัน ซึ่งเป็นการรวมการระบายสารไวนิลคลอไรด์จากทุกกระบวนการผลิต ทำให้ผู้ประกอบการต้องนำไปพิจารณาในการพัฒนามาตรฐานการประกอบกิจการโรงงานให้ดีกว่าเกณฑ์ ทำให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการผลิตด้านสิ่งแวดล้อม


        การควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากโรงงานมีกฎหมายหลักกำหนดค่ามาตรฐานการระบายสำหรับโรงงานทุกประเภท คือ ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 มีการกำหนดค่ามาตรฐานตามประเภทเชื้อเพลิงและแยกกระบวนการผลิตทั่วไปออกจากกระบวนการเผาไหม้ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีการออกกฎหมายควบคุมการระบายอากาศเสียจากการประกอบกิจการบางประเภทโรงงาน มีค่ามาตรฐานแตกต่างจากกฎหมายทั่วไปดังกล่าว เพื่อให้เกิดการควบคุมมลพิษหลักที่อาจเกิดจากการประกอบกิจการนั้น ๆ ได้ดีขึ้น เช่น โรงไฟฟ้า โรงปูนซีเมนต์ โรงถลุงเหล็กและโลหะ โรงกลั่น โรงแยกก๊าซ โรงปิโตรเคมี และเตาเผาของเสีย เป็นต้น และเพื่อให้

 

* ผู้อำนวยการกลุ่มมลพิษอากาศ กองส่งเสริมเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม, ศศ.ม. (กฎหมายมหาชน) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รหัส 58), Philosophy of Doctoral Degree in Environmental Engineering and Sciences, University of North Carolina at Chapel Hill, USA (ทุนกระทรวงวิทย์ฯ)

 

          เกิดการเฝ้าระวังการระบายมลพิษ จึงได้กำหนดให้โรงงานบางประเภท เช่น โรงงานผลิตไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตต่อหน่วยตั้งแต่ 29 เมกกะวัตต์ขึ้นไป โรงงานที่มีหม้อไอน้ำขนาด 30 ตันไอน้ำต่อชั่วโมงขึ้นไป โรงงานผลิตซีเมนต์ เป็นต้น ต้องติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่อง (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลเพื่อการแสดงผลต่อสาธารณะ ซึ่งบังคับใช้เฉพาะพื้นที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด จังหวัดระยอง ปัจจุบันกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายนี้เพื่อขยายพื้นที่บังคับใช้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ได้มีการเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงป้ายแสดงผลการตรวจวัดในบางพื้นที่ด้วย ทำให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับดูแลการประกอบกิจการของโรงงานไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมถึงให้สามารถเฝ้าระวังความเสี่ยงของชุมชนได้
 

 

ภาพห้องควบคุมการรับข้อมูล CEMS ของกรมอุตสาหกรรม


            กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ขยายแนวคิดการให้ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยผ่านการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยส่งเสริมให้เกิดการตรวจประเมินโดยภาคประชาชน หรือ Public audit และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการประเมินการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ เพื่อให้เกิดความตระหนักและลดการระบายมลพิษภาคสมัครใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำระบบทำเนียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ หรือ Pollutant Release and Transfer Register (PRTR) ระบบนี้เป็นระบบการรายงานข้อมูลการปลดปล่อยสารมลพิษจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่าง ๆ ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรม คลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง บ้านเรือน การเกษตร และการก่อสร้าง สู่สิ่งแวดล้อมผ่านทางอากาศ น้ำ และดิน รวมทั้งเคลื่อนย้ายน้ำเสียหรือของเสียจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพื่อการบำบัด ทั้งนี้ กรมโรงงานได้ดำเนินการร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดระบบ PRTR ในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มมีการเปิดข้อมูลการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษของจังหวัดระยอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน ผ่านเว็บไซต์ prtr.pcd.go.th และได้ขยายพื้นที่นำร่องไปยังจังหวัดสมุทรปราการและจังหวัดระยอง ซึ่งปัจจุบัน กฎกระทรวง ฉบับที่ 27 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีกำหนดให้โรงงานที่มีสารมลพิษหรือสารเคมีตามที่กำหนด ต้องจัดทำรายงานข้อมูลปริมาณการผลิต การครอบครอง การใช้สารมลพิษหรือสารเคมีและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษหรือสารเคมีออกนอกโรงงาน ซึ่งระบบ PRTR นี้จะสมบูรณ์ได้เมื่อได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และออกกฎหมาย PRTR ให้ครอบคลุมทุกแหล่งกำเนิด


24 กันยายน 2564


ถ่ายภาพ -
แต่งภาพ -

You might be interested

Alumni

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ คุณธนาธิป พิเชษฐวณิชย์โชค

รองศาสตราจารย์ ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมแสดงความยินดีกับ คุณธนาธิป พิเชษฐวณิชย์โชค... อ่านต่อ

Alumni

TU Law Run วิ่งลอว์รัน นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ 2024

ภาพบรรยากาศกิจกรรม TU Law Run วิ่งลอว์รัน นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร... อ่านต่อ

Alumni

ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง “ธรรมศาสตร์ลำปาง แชริตี้”

ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง “ธรรมศาสตร์ลำปาง แชริตี้”... อ่านต่อ